หน้าแรก ประวัติและวิสัยทัศน์ ทำเนียบผู้บังคับบัญชา คำสั่งกองทัพบก หน่วยงานภายใน การจัดซื้อจัดจ้าง
เมนู
บทความ
แลกลิงค์
เกี่ยวกับเรา

 

 

             (ศูนย์กรรมวิธีข้อมูล)     

 

      พันตรีเกียรติศาสตร์  สัจจาอัครมนตรี

 

สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 16/12/2014
ปรับปรุง 23/10/2017
ผู้เข้าชมทั้งหมด 4,969
ผู้เข้าชมวันนี้ 5
หน้าเข้าชม 180,015
ประวัติและวิสัยทัศน์
 

ประวัติค่ายเสนาณรงค์

                               ก่อนอื่นขอกล่าวให้ทราบถึงความเป็นมาของชื่อตำบลคอหงส์ หรือเขาคอหงส์ อันเป็นที่ตั้งหน่วยทหารเสียก่อน สาเหตุที่ตำบลนี้ถูกขนานชื่อว่า คอหงส์ นั้น ประวัติเดิมหาที่มาไม่แน่นอน บางเสียงกล่าวไว้ว่า เมื่อประมาณร้อยปีเศษมาแล้วมีพระภิกษุรูปหนึ่งชื่อว่า พระหนอน ซึ่งประจำ ณ วัดศาลาหัวยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ได้ไปก่อเจดีย์องค์หนึ่งและมีรูปหงส์ล้อมทั้งสี่ทิศไว้บนเขาคอหงส์ปัจจุบันนี้ ต่อมาชาวบ้านจึงขนานชื่อที่นี้ว่า “เจดีย์เขากอหงส์” จึงถูกตัดออกเรียกสั้นๆว่า “กอหงส์”แต่สำเนียงพื้นเมืองเรียกคำว่า “ก่อหงส์” เป็น “คอหงส์” เมื่อเป็นเวลาล่วงเลยมานานคำว่า “คอหงส์”เมื่อเป็นเวลาล่วงเลยมานานคำว่า “ก่อหงส์” ได้ถูกเรียกผิดเพี้ยนมาเป็น “คอหงส์” ตลอดมาจนปัจจุบันนี้ ซึ่งขณะนี้เจดีย์และรูปหงส์บนเขาคอหงส์ได้สลักหักพังไปตามสภาพคงเหลือแต่ซากวัตถุก่อสร้างพอที่จะเชื่อถือได้ ด้วยเหตุนี้ตำบลคอหงส์แห่งนี้จึงถูกขนานชื่อโดยปริยายว่า “ตำบลคอหงส์” อันสืบเนื่อมาจากประวัติเขาคอหงส์นั่นเอง

 

         

 

พื้นที่ที่ตั้งหน่วยทหารค่ายคอหงส์ในปัจจุบันนี้ ซึ่งแต่เดิมนั้นเป็นที่ตั้งโรงเรียนตำรวจหาดใหญ่  จังหวัดสงขลา  ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๙  จนถึง พ.ศ. ๒๔๘๒ เมื่อทางราชการกระทรวงกลาโหมมีความจำเป็นที่จะต้องขยายกิจการทหารไปทางภาคใต้เป็นการด่วน กระทรวงกลาโหมจึงได้ทำการตกลงกับกระทรวงมหาดไทยขอรับมอบที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดในบริเวณโรงเรียนตำรวจหาดใหญ่  เพื่อใช้ในราชการกองทัพบก  โดยกองทัพบกได้คิดราคาค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในราคาทุนให้แก่กรมตำรวจ เป็นเงิน ๑๐๐,๔๘๗.๑๑ บาท (หนี่งแสนสี่ร้อยแปดสิบเจ้ดบาทสิบเอ็ดสตางค์) ซึ่งกองทัพบกได้รับมอบกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจากกรมตำรวจเสร็จเรียบร้อย เมื่อวันที่ ๑๗ นี่งแสนสี่ร้อยแปดสิบเจ้ดบาทสิบเอ็ดสตางค์) ซึ่งกองทัพบกได้รับมอบกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจากกรมตำรวจเสร็จเรียบร้อย เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๔๘๒

 

 

                   

 

 

ต่อมาใน ๑๙ มีนาคม ๒๕๐๒ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงได้เสด็จเข้ามาเยี่ยมค่ายทหารนี้ และในการพระราชทานพระบรมราโชวาทแก่บรรดาทหารและครอบครัว มีข้อความตอนหนึ่งว่า “ ขอให้ ค่ายเสนาณรงค์  จงมีความเจริญรุ่งเรืองต่อไปชั่วกาลนาน” ดังนั้นนามของค่ายซึ่งกรมทหารราบที่ ๕ ได้ของขนานนามไว้จึงน่าจะเป็นการเรียนกันได้ว่า “ค่ายเสนาณรงค์”  ตามพระราชดำรัสขององค์พระประมุขได้ตลอดไป

 

 

 

ศาลเจ้าพ่อคอหงส์

 

ค่ายเสนาณรงค์ ได้จัดตั้งขึ้น เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๒ มีที่ตั้งอยู่ ณ ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่  จังหวัดสงขลา และบริเวณหน้าค่ายมีศาลเจ้าพ่อคอหงส์ ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มีทั้งข้าราชการทหาร ครอบครัว ตลอดจนประธานให้ความเคารพนับถือกันมาก โดยมีตำนานเล่าขาน ถึง พ่อขุนพลายดำ ซึ่งเป็นแม่ทัพนายกองทหาร ซึ่งปกครองอาณาบริเวณแถบภูเขาคอหงส์ เป็นที่เคารพนับถือของราษฎรทั่วไป จนเป็นตำนานเล่าขาน แต่เดิมชาวบ้านเรียกว่าทวดต้นไทร เพราะมีต้นไทรใหญ่ปกคลุม ผู้มีความทุกข์ร้อนหากได้ไปบนบานกับเจ้าพ่อคอหงส์ แล้วจะประสบความสำเร็จตามที่ขอเสมอ

 

 

 

อนุสาวรีย์ พลเอกหลวงเสนาณรงค์

 

                   

ผบ. ทบ. ได้สร้างอนุสาวรีย์ พลเอกหลวงเสนาณรงค์ ตามรูปแบบของกรมศิลปากร เริ่มสร้างเมื่อ ๒ มิถุนายน ๒๕๒๓ เสร็จแล้ว เมื่อ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๒๓  ผู้สร้างคือ บริษัท ทรงเดทย์ จำกัด ราคา ๗๔๕,๔๐๗ บาท ซึ่งได้กระทำพิธีเปิดเมื่อ ๙ ธันวาคม ๒๕๒๔

 

 

 

วิสัยทัศน์

"กองกำลังพลมณฑลทหารบกที่ ๔๒  เราจะเป็นหน่วยงานที่ผู้บังคับบัญชาและกำลังพล

 

ให้ความเชื่อถือและไว้วางใจในการ  ให้บริการทางธุรการกำลังพลที่มีประสิทธิภาพ"